หน้าแรก     แผนที่เว็บไซด์    ติดต่อคำเลิศ  
http://www.kumled.com
add to favorites 
menu
      หน้าแรก
บทความ
      ความรู้เกี่ยวกับชื่อ
      ศาสตร์การตั้งชื่อ
      ฤกษ์กำเนิดนาม
บริการ
      บริการนามเด็กแรกเกิด
      บริการเปลี่ยนชื่อ
      บริการเปลี่ยนนามสกุล
      บริการตรวจสอบชื่อ
      บริการฤกษ์เปลี่ยนชื่อ
      ตัวอย่างเอกสารที่จัดส่งให้
โปรแกรม
      ค้นหานามมงคล
      โปรแกรมตรวจสอบชื่อ
บริการลูกค้า
      แจ้งโอนเงิน
      ชื่อที่จัดส่งให้เรียบร้อยแล้ว
      คำถามที่ถามบ่อย
search by google
 
ค้นหาโดย google
ค้นหาในเว็บคำเลิศ
ขอรับนามมงคล
นามมงคลสำหรับเด็กแรกเกิด
ขอรับนามมงคลแบบครอบครัว
ขอรับนามสกุลใหม่
แจ้งโอนเงินผ่านหน้าเว็บ
ติดต่อเรา

 

  เมนูย่อย : ฤกษ์กำเนิดนาม (ฤกษ์เสริมชะตาเฉพาะบุคคล)

 

 

    องค์ประกอบของการผลัดเปลี่ยนนาม

          ดังที่ผมได้กล่าวมาแล้ว จากบทความก่อนหน้านี้ ว่าองค์ประกอบของ " การผลัดเปลี่ยนนาม " ที่ได้ผลเต็มกำลังที่สุดและดีเลิศที่สุดนั้น ประกอบด้วย

          1. นามมงคล จะต้องมีองค์ประกอบในการตั้งที่ถูกต้องและเหมาะสม คำว่าถูกต้องนั้นคือ ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์ทั้งสองระบบ (โหราศาสตร์ระบบจักรราศีและโหราศาสตร์ระบบรังสีดาวสะท้อน) อันเป็นศาสตร์ที่เจาะถึงนามที่ใช้เสริมดวงเป็นรายบุคคลที่สำคัญที่สุด เพื่อจัดหา "ดาวแกนนาม" ที่ถูกต้องกับดวงชะตา หากขาดศาสตร์นี้นามที่ได้รับจะเป็นเพียงนามที่ดี แต่ไม่ใช่นามมงคล ที่ดีเลิศ และให้ประกอบถึงวิชามหาทักษา วิชาเลขศาสตร์-พลังดาว วิชาอายตนะทั้ง 6 วิชาตุ๊กตาไขนาม (หรือหลักมหาภูต) วิชามหาภูติ-อังคะวิชา เพื่อทำให้นามมงคลสูงสุด หากนำดาวแกนนามเป็นแกนนาม แล้วเสริมด้วยศาสตร์ทั้งต้นและสูงทุกประการ จะทำให้นามนั้นเป็นที่สุดของวิชาเสริมดวงชะตา ตรงนี้ถ้าได้นามถูกต้องทุกประการจะส่งผลต่อการเสริมดวงชะตา 70 -80%

          2. ฤกษ์กำเนิดนาม หรือ พูดง่ายๆคือ ช่วงเวลาที่เปลี่ยนนาม นั้นเอง ความสำคัญของฤกษ์นั้น ถือได้ว่า "สำคัญอย่างยิ่ง" เพราะถือว่าเป็นการ "กำเนิดใหม่" ทั้งนามมงคลและเจ้าชะตาที่ทำการเปลี่ยนนามนั้น เสมือนหนึ่งนามมงคลนี้ได้กำเนิดพร้อมกับตัวเรา หากได้กำเนิด ในเวลาที่ถูกต้อง เสริมดวงชะตา ไม่ตกฤกษ์ร้าย ย่อมทำให้นามมงคลนั้นมีกำลังเข้มแข็งเป็นเลิศ สามารถเสริมชะตาบุคคลได้อย่างเต็มกำลัง เพราะได้กำเนิดในช่วงฤกษ์มงคลนั้นเอง ตรงกันข้าม หากทำการเปลี่ยนนามในช่วงที่ต้องฤกษ์พิษ ดวงวันตกพิษนาค ครุฑ หรือสุนัข นั้นย่อม บั่นทอนกำลังนามให้เสียกำลังหรือหมดสภาพไป ตรงนี้ถ้าได้ฤกษ์ที่เสริมชะตาจะส่งผลต่อการเสริมดวงชะตา 30 - 20 %

 

 

    ฤกษ์กำเนิดนาม ความหมายและฤกษ์ที่เหมาะสม


1. ทลิทโทฤกษ์
   ได้แก่ฤกษ์ที่ 1 , 10 และ 19 เรียกว่า ทลิทโทฤกษ์ แปลว่า ผู้ขอ

2. มหัทธโนฤกษ์   ได้แก่ฤกษ์ที่ 2 , 11 และ 20 เรียกว่า มหัทธโนฤกษ์ แปลว่า คนมั่งมี ผู้รุ่งเรือง เศรษฐี มีพระจันทร์เป็นผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกันเป็น "บูรณะฤกษ์"

3. โจโรฤกษ์  ได้แก่ฤกษ์ที่ 3 , 12 และ 21 เรียกว่า โจโรฤกษ์ แปลว่า โจร ผู้ปล้น ผู้ลักขโมย นักเลง ผู้ใช้กำลัง ผู้ทำลายล้าง ผู้กล้าหาญมีอำนาจ ผู้ว่องไว มีพระอังคารเป็นผู้รักษาฤกษ์ ฤกษ์บาททั้ง 4 ไม่รวมอยู่ในราศีเดียวกัน คาบเกี่ยวอยู่ 2 ราศีเป็น "ฉินทฤกษ์" คือ ฤกษ์ขาดแตก โดยเฉพาะบาทแรกของต้นราศีนั้น เป็นฤกษ์บาทที่ร้ายแรงมากกว่าบาทอื่น เป็นนวางค์ที่ร้ายแรงมาก ไม่ควรให้ฤกษ์มงคล

4. ภูมิปาโลฤกษ์ ได้แก่ฤกษ์ที่ 4 , 13 และ 22 เรียกว่า ภูมิปาโลฤกษ์ แปลว่า ผู้รักษาแผ่นดิน มีพระพุธเป็นผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกันเป็น บูรณะฤกษ์

5. เทศาตรีฤกษ์ ได้แก่ฤกษ์ที่ 5 , 14 และ 23 เรียกว่า เทศาตรีฤกษ์ แปลว่า ข้ามท้องถิ่น หญิงแพศยา ผู้ท่องเที่ยว บางคราเรียกว่า "เวสิโยฤกษ์" หมายถึงฤกษ์พ่อค้า-แม่ค้า มีพระเสาร์เป็นผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ปลายราศีหนึ่ง และ ต้นราศีหนึ่ง แห่งละ 2 บาทฤกษ์ คือคาบเกี่ยวอยู่ราศีละครึ่ง คือในราศี พฤษภกับเมถุน , กันย์กับตุลย์ และ มกรกับกุมภ์ เป็นฤกษ์อกแตก หรือ พินทุฤกษ์ หรือ ตินฤกษ์

6. เทวีฤกษ์ ได้แก่ฤกษ์ที่ 6 , 15 และ 24 เรียกว่า เทวีฤกษ์ แปลว่า นางพญา ความงามหรูหรา ความมีเสน่ห์ โชคลาภ และ การสมความปรารถนา มีพระพฤหัสฯ เป็นผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกันเป็น บูรณะฤกษ์ เป็นฤกษ์ที่มุ่งให้เกิดโชคลาภ

7. เพชฌฆาตฤกษ์ ได้แก่ฤกษ์ที่ 7 , 16 และ 25 เรียกว่า เพชฌฆาตฤกษ์ แปลว่า ผู้ทำหน้าที่ฆ่า มีพระราหูเป็นผู้รักษาฤกษ์ ฤกษ์บาททั้ง 4 แตกขาดกัน และ ตรงข้ามกับ โจโรฤกษ์ เรียกว่า "ตรินิเอก" คืออยู่ปลายราศี 3 ฤกษ์บาท และ ต้นราศี 1 ฤกษ์บาท ไม่ควรให้ฤกษ์ในการมงคลเลย เป็น ฉันทฤกษ์ (ฤกษ์แตกขาด)

8. ราชาฤกษ์ ได้แก่ฤกษ์ที่ 8 , 17 และ 26 เรียกว่า ราชาฤกษ์ แปลว่าผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มีอำนาจวาสนา พระเจ้าแผ่นดิน มีพระศุกร์เป็นผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกัน เรียกว่า บูรณะฤกษ์ เป็นฤกษ์เฉพาะกิจการของผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้นำกิจการขึ้นไปจนถึงพระราชา

9. สมโณฤกษ์ ได้แก่ฤกษ์ที่ 9 , 18 และ 27 เรียกว่า สมโณฤกษ์ แปลว่า (สงบเรียบร้อย นักบวช นักสอนศาสนา มีพระเกตุเป็นผู้รักษาฤกษ์ ฤกษ์บาททั้ง 4 อยู่ปลายราศีเดียวกัน แต่บาทฤกษ์สุดท้ายนี้เป็นนวางค์ขาดสุดราศีพอดี เรียกว่า "จัตตุรฤกษ์ หรือ ขันธฤกษ์" จึงเป็นจุดที่มีผลเสียให้เกิดอันตรายต่างๆ ในการแข่งขัน ใช้ได้เฉพาะกิจเกี่ยวกับความสงบความสุจริต

   ฤกษ์กำเนิดนามที่เหมาะสมในการใช้  คือ ราชาฤกษ์ มหัทโนฤกษ์ เทวีฤกษ์ ภูมิปาโลฤกษ์

   ฤกษ์ที่ไม่เหมาะสมไม่ควรใช้ คือ เพชรฆาตฤกษ์ สมโณฤกษ์ เทศาตรีฤกษ์ ทลิทโทฤกษ์ และโจโรฤกษ์

           การจัดหาฤกษ์เสริมชะตาเฉพาะบุคคลนั้น ต้องใช้เวลาและสมาธิในการจัดหาอย่างมาก เนื่องจากฤกษ์ที่ให้นั้น ต้องเชื่อมโยงดวงถึง 3 ดวง ได้แก่ ดาวแกนนาม ดวงเจ้าชะตา ดวงฤกษ์ นั้นหมายถึง การหาฤกษ์นั้นต้องรอบคอบและรัดกุมอย่างที่สุด ต้องทำให้ดวงทั้งสามนี้ เชื่อมโยงกัน หลักสำคัญคือ ต้องเลี่ยงพิษก่อนแล้วจึงเสริมมงคลได้
อ่านหน้าต่อไป
 


หน้าแรก | ความรู้เกี่ยวกับชื่อ | ศาสตร์การตั้งชื่อ | ฤกษ์เสริมชะตาเฉพาะบุคคล(ฤกษ์กำเนิดนาม) | บริการนามเด็กแรกเกิด
บริการเปลี่ยนชื่อ-นามมงคล |บริการเปลี่ยนนามสกุล | โปรแกรมตรวจสอบชื่อ | บริการตรวจสอบวิเคราะห์ชื่อ
บริการฤกษ์เปลี่ยนชื่อ | ฐานข้อมูลชื่อ | แจ้งโอนเงิน | ชื่อที่จัดส่งให้เรียบร้อยแล้ว | ติดต่อคำเลิศ

kumled.com ขอสงวนสิทธิ์ในการนำบทความที่ปรากฏบนเว็บไซด์ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต
Copyright (c) 2003 - kumled.com All rights reserved
ใบทะเบียนพาณิชย์เลขที่ 7100303000510